กฏของบอยล์

posted on 10 Feb 2011 11:43 by phethai

กฏของบอยล์


โรเบิร์ต บอยล์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นเคมี เขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาเคมี ด้านฟิสิกส์ก็ได้รับการยกย่องมากจากการค้นพบกฎของบอยล์ (Boyle’s Law) และการประดิษฐ์เครื่องมือวิทยาศาสตร์อย่างเทอร์มอมิเตอร์ และบารอมิเตอร์ โรเบิร์ต บอยล์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 1691 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ


ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร (v) กับความดัน (P) ของแก๊สเมื่ออุณหภูมิคงที่
  บอยล์ ได้ทำการทดลองเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรกับความดันของแก๊ส โดยควบคุมให้อุณหภูมิคงที่ ได้ผลการทดลองดังตารางต่อไปนี้



การทดลอง
ครั้งที่

V
(cm3)

P
(cm3)

PV
(mmHg.cm3)

1
2
3
4
5
6
7
8
9

5.00
10.00
15.00
20.00
25.00
30.00
35.00
40.00
45.00

760
380
253
191
151
127
109
95
84

3.80x103
3.80x103
3.80x103
3.82x103
3.78x103
3.81x103
3.82x103
3.80x103
3.78x103

 

กราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร (V) กับความดัน (P)ของแก๊สเมื่ออุณหภูมิคงที่

พบว่าขณะที่อุณหภูมิคงที่ ถ้าปริมาตรของแก๊สเพิ่มขึ้นจะทำให้ความดันของแก๊สลดลง และในทางกลับกันเมื่อปริมาตรของแก๊สลดลง ความดันของแก๊สจะเพิ่มขึ้น

พบว่าขณะที่อุณหภูมิคงที่ ถ้าปริมาตรของแก๊สเพิ่มขึ้นจะทำให้ความดันของแก๊สลดลง และในทางกลับกันเมื่อปริมาตรของแก๊สลดลง ความดันของแก๊สจะเพิ่มขึ้น


 


เมื่อพิจารณาข้อมูลในความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร (V) กับความดัน (P)ของแก๊สเมื่ออุณหภูมิ ขณะเริ่มต้นหรือการทดลองครั้งที่ 1 กำหนดให้ความดันและปริมาตรของแก๊สเป็น P1 และ V1 ตามลำดับ สำหรับการทดลองครั้งที่ 2 3 4 ความดันของแก๊สเปลี่ยนเป็น P2 P3 P4 ... และปริมาตรของแก๊สก็จะเปลี่ยน เป็น V2  V3  V4 ... ด้วย พบว่าเมื่ออุณหภูมิและมวลคงที่ ผลคูณระหว่างความดันกับปริมาตรของแก๊สในแต่ละสภาวะจะมีค่าเท่ากัน ซึ่งเขียนเป็นความสัมพันธ์ได้ดังนี้


P1V1  =  P2V2  =  P3V3  =P4V4 = ... = PnVn  =  k1
 
 
 
 

Back <<< สมบัติของแก๊ส

 

edit @ 10 Feb 2011 12:28:01 by PheThai

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (49.230.128.191|49.230.128.191) on 2015-02-02 20:23